Monday, May 31, 2021

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง Captain America: The First Avenger กัปตันอเมริกา: อเวนเจอร์ที่ 1

 


แอชฟิลด์ เติบโตขึ้นในปี 1970 และเริ่มตระหนักถึงอาชีพการต่อสู้กับอาชญากรรมของกัปตันอเมริกาเป็นครั้งแรกโล่นั้นดูเหมือนเป็นภาระผูกพันที่แปลกประหลาดและน่าอึดอัดที่สุดสำหรับฉันที่ต้องแบกรับตลอดเวลาเกือบจะเป็นการยอมรับความเปราะบางผ้าห่มที่สะดวกสบายของซูเปอร์ฮีโร่ จริงอยู่ที่มันสามารถขับไล่กระสุนใดๆ และสามารถร่อนไปรอบๆ สถานที่เพื่อเป็นอาวุธได้ แต่ก็มีเรื่องน่าเบื่อที่ต้องหยิบมันขึ้นมาในภายหลัง มันลดการต่อสู้แบบตัวต่อตัวและชุดเกราะบางประเภทจะไม่สะดวกกว่าอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่? เกือบจะดูราวกับว่าความภักดีของกัปตันอเมริกาที่มีต่อเครื่องประดับที่ไร้สาระนี้เป็นความหยิ่งผยอง - ที่เขาสามารถเอาชนะศัตรูได้ด้วยมือข้างเดียวที่มีผลอยู่ด้านหลังของเขา - หรือแม้แต่โล่ก็มีค่าเป็นความพิการเช่นการตาบอดของ Daredevil ซึ่ง พลังของเขาเป็นชัยชนะหากโรคประสาทเกินค่าตอบแทน



แต่ข้อสงสัยในเรื่องของโล่และกัปตันโดยทั่วไปนั้นค่อนข้างได้รับการจัดสรรจากภาพยนตร์เวอร์ชั่นใหม่ที่มีชีวิตชีวาของโจจอห์นสตันที่นำแสดงโดยคริสอีแวนส์ซึ่งโล่ของเขาถูกมองว่าเปลี่ยนรูปแบบจากต้นแบบในรูปตราของนายอำเภอให้เป็นที่คุ้นเคย แผ่นโลหะมันวาวเช่นเดียวกับขีปนาวุธที่แบนซึ่งสามารถสะพายไปด้านหลังหรือปลายแขนได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างตำนาน "ต้นกำเนิด" ของ meta-fictional สำหรับ Captain America อย่างชาญฉลาด โดยอธิบายว่าที่จริงแล้วเขาเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในหนังสือการ์ตูนโฆษณาชวนเชื่อก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องจริง ฉากสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้และบรรทัดสุดท้ายของ Captain America นั้นค่อนข้างยอดเยี่ยม - แม้ว่าจะเป็นที่ยอมรับน้อยกว่าหากจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวของพวกเขาคือการสร้างภาคต่อ

 


ในชีวิตก่อนมนุษย์กัปตันอเมริกาคือสตีฟโรเจอร์สเป็นชายหนุ่มที่มีรูปร่างอ้วนและผอมโซโดยมีร่างกายเหมือนไก่ที่ถูกถอนขนและไม่ได้รับสารอาหาร ในปี 1941 สตีฟหมดหวังที่จะเกณฑ์ทหารและต่อสู้กับอดอล์ฟ ปัญหาคือเขามีอาการป่วยหลายอย่างและร่างกายของเขาไม่สามารถสร้างความประทับใจได้ จากนั้นดร. อับราฮัมเออร์สกิน (สแตนลีย์ทุชชี) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันผู้ลึกลับที่สถานีเกณฑ์ทหารและผู้ลี้ภัยจากพวกนาซี - มองเห็นสตีฟและเห็นบางสิ่งบางอย่างในความขัดสนของเขา สตีฟเป็นคนที่แต่งตัวประหลาดมากสำหรับเซรั่มที่มีการเจริญเติบโตสูงเขายกแขนเสื้อเคลือบสีขาวดังนั้นจึงมีเงื่อนไขในการนำกัปตันอเมริกาเข้ามาในโลก



สิ่งที่แปลกเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือในช่วงต้นกำเนิดนี้หัวของ Chris Evans ได้รับการ CGI-ed ลงบนร่างของ wimp อย่างชัดเจน ในบางฉากจากบางมุมดูเหมือนว่าเป็นของเด็กชายอายุ 12 ปี เอฟเฟกต์น่าขนลุกอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใบหน้าของอีแวนส์ใหญ่เกินไปประมาณ 30% เหมือนตัวการ์ตูน: ให้บีเกิ้ลและเสื้อยืดที่มีเส้นซิกแซกพาดผ่านและเขาอาจเป็นชาร์ลีบราวน์ หากเขากำลังจะกลายเป็นคนร้ายความอัปยศอดสูที่เป็นนิสัยของเขาและศีรษะขนาดมหึมาที่ดูเป็นมนุษย์ต่างดาวนั้นจะทำให้ภูมิหลังทางจิตใจเป็นไปได้มากและโทนสีแดง - ขาว - น้ำเงินที่ตามมาของเขาอาจบ่งบอกถึงที่หลบภัยแบบดั้งเดิมของคนโกง แต่แน่นอนว่าสตีฟกลายเป็นฮีโร่ที่ไม่หยุดนิ่งได้รับการตามใจจากผู้บังคับบัญชาของเขา พ.อ. เชสเตอร์ฟิลลิปส์ (ทอมมี่ลีโจนส์) และตกหลุมรักสาวสวยในเครื่องแบบเห็นได้ชัดว่าเพ็กกี้คาร์เตอร์ (เฮย์ลีย์แอตเวลล์) ยืมตัวมาจากหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษ

 


คำอธิบายสไตล์โพสต์โมเดิร์นสำหรับการดำรงอยู่ของกัปตันอเมริกาคือครั้งหนึ่งสตีฟจะได้รับเครื่องแต่งกายซูเปอร์ฮีโร่และถูกกดให้เข้ารับบริการในฐานะตัวละครที่สวมบทบาทอย่างชัดเจนการเดินทางพร้อมกับการแสดงแก๊งที่สร้างขวัญกำลังใจเพื่อระดมทุน และยังแสดงในภาพยนตร์ฮ็อกกี้แบบอนุกรม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กัปตันพบว่าโชว์บิซแห่งนี้สร้างความไม่พอใจและน่าอับอายและต้องการวิธีแสดงให้โลกเห็นว่าเขาสามารถรับใช้ประเทศของเขาและต่อสู้กับพวกนาซีได้อย่างแท้จริง การแสดงครั้งแรกของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นช่วงที่ชาญฉลาดและสร้างสรรค์ซึ่งอาจได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง Flags of Our Fathers ของ Clint Eastwood ในปี 2006 เกี่ยวกับทหารรับใช้ของ Iwo Jima ที่ถูกบังคับให้ออกทัวร์เพื่อสร้างช่วงเวลา "ชูธง" ในตำนานเพื่อขายพันธบัตรสงคราม

ชอบภาพยนต์แนวไหนก็เลือกได้ รีวิวหนังใน disney+


Friday, May 21, 2021

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง Aquaman อควาแมน เจ้าสมุทร

 


หลังอกหักจากความคาดหวังว่า แซค สไนเดอร์จะทำ Man of Steel พลิกโฉมซูเปอร์แมนให้ปังแต่กลับได้หนังบ้าวิช่วลหนักกบาลมาแทน หลังคาดหวังให้ Batman V Superman ให้เป็นอภิมหาศึก 2 ฮีโร่ แต่กลับได้หนังธรณีกรรแสงที่ฮีโร่มาคิดถึงแม่ขึ้นมาน้ำตามันก็ไหลแบบไม่มีเหตุผล ยิ่ง Justice League ยิ่งอาการหนักเพราะทั้งตาแซค และ ตาจอส วีดอน มาร่วมกันแกงโฮะฮีโร่ซะสะเปะสะปะ ไร้ทิศทาง ซะอย่างกับขี้เมาเมาเหล้าขาว จนกว่า Wonder Woman จะมาแก้สถานการณ์ได้ก็เกือบสายเกินไป. หลายคนเลยตั้งความหวังกับ เจมส์ วาน ผู้กำกับที่กำลังมือขึ้นทั้งหนังผี หนังแอ็คชั่น ให้มาปั้น Aquaman ให้ปังเสียที!



ซึ่งการปรับโทนเศร้าให้มาอบอุ่นโรแมนติกตั้งแต่ต้นเรื่องยังส่งผลให้ ความสัมพันธ์ของ อาร์เธอร์ กับ เมรา ดูน่าเชื่อถือและค่อยๆเป็นเหตุผลสำคัญที่ผลักให้ อาร์เธอร์ เริ่มยอมรับในเลือดขัตติยะของตนได้เต็มภาคภูมิมากขึ้นด้วย ส่งผลให้หนังไม่เพียงได้ใจเหล่าแฟนบอย อย่างเราเท่านั้น แต่ยังอาจมุ้งมิ้งถูกใจสาวๆที่เราพาไปดูด้วย (แนะนำให้พาไปทีละคนนะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวคุณเธอฟาดคุณติดเบาะแบบในหนังแน่ ฮ่าาาา)

ส่วนฉากแอ็คชั่น เชื่อว่าจะได้รับการจดจำในฐานะหนังฮีโร่ ที่ใช้ มาร์เชียลอาร์ต ได้อย่างเข้าอกเข้าใจในสรีระนักแสดง คือการมิกซ์ศาสตร์การต่อสู้ทั้ง มวยปล้ำ ยูยิตสุ มวยฯลฯ ถูกออกแบบให้เหมาะกับเจสัน โมโม มากๆ แม้เขาจะช่ำชองฉากแอ็คชั่นจากซีรีส์สงครามอยู่แล้ว แต่มูฟเมนต์ใน Aquaman ถูกดีไซน์มาให้เห็นความงามของสรีระอันใหญ่โตของเขาได้ดียิ่งกว่า ส่งผลให้ฉากบู๊ของหนังมีพลังมาก ซึ่งถือว่า เจมส์ วาน ตัดสินใจถูกต้อง ที่ไม่ให้ฉากแอ็คชั่นมีแต่โชว์ซีจีทั้งหมดแต่สัดส่วนครึ่งๆแบบนี้ถือว่าปลอดภัยแล้วสำหรับคอหนังฮีโร่และแอ็คชั่นมาร์เชียลอาร์ตแบบผม



แน่นอนว่าแฟนบอยอย่างเราจะขาดสาวๆเซ็กซี่ในหนังฮีโร่ได้ไง หลังปล่อยให้สาวๆจากฝั่งมาร์เวลมาขโมยหัวใจหนุ่มๆมาเป็น 10 ปี ในที่สุดหลังจากส่ง กัล การ์ดอต มาโชว์เท่เป็นวันเดอร์วูแมนแล้ว ก็ได้เวลา แอมเบอร์ เฮิร์ต พาชุดแหวกอกเกล็ดปลาสีเขียว พร้อมผมแดงเปียกๆ ที่โผล่จากน้ำทีไรหนุ่มๆได้ตาค้างแน่นอน ด้วยชุดที่เหมือนโป๊ก็ไม่โป๊ โชว์เพียงร่องอกสวยๆ แค่นี้ก็ทำเอาหนุ่มๆหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว หนังยังให้เธอโลดโผนโจนทะยานเล่นฉากบู๊ พุ่งตัวในน้ำ ให้เราใจคอไม่ดีเลยตลอดเรื่อง จนแทบอยากคิด แฮชแทค #อยากมีเมียเป็นปลา ให้เลย ที่สำคัญสีผมของเธอ ถ้าหนังวางโปรดักส์เพลซเมนต์เป็นยาย้อมผมนี่รับรองขายดีแน่ เพราะผมแดงเพลิงของเธอนี่ติดดีเหลือเกิน ฮ่าาา

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง Wonder Woman

 


หนังเปิดเรื่องด้วยบรรยากาศภาพที่แตกต่างจากบรรดาหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่คุ้นตากัน ด้วยการย้อนไปเล่าจุดกำเนินของไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเผ่าอเมซอนที่อยู่บนเกาะลึกลับ เป็นเผ่าที่มีแต่นักรบหญิงที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเทพซูสเพื่อเตรียมรับมือกับแอรีส ลูกชายของซูสที่เป็นเทพแห่งสงครามหลังจากโดนซูสกำจัดไปแล้วในอดีตกาล และอาจจะกลับมาสร้างวิกฤตให้กับโลกมนุษย์อีกครั้ง ไดอาน่าปรากฎตัวในภาพเด็กน้อยที่มีความสนใจอยากฝึกฝนการต่อสู้ จึงได้รับการฝึกสอนจากแอนทีโอพีน้าสาวจนแข็งแกร่ง เราได้เห็นไดอาน่าในสามช่วงวัย จากเด็กน้อยเป็นเด็กโตแค่ไม่กี่นาที แล้วก็กลายเป็นแกล กาด็อตที่โชว์ลีลาเหาะเหินให้ดู ไม่นานผู้พันเทรเวอร์ก็ปรากฎตัวมา เครื่องบินของผู้พันตกใกล้เกาะอเมซอนไดอาน่าเห็นเหตุการณ์และช่วยชีวิตเทรเวอร์ไว้ได้ และตามมาด้วยฉากต่อสู้ของเหล่านักรบหญิงอเมซอน เป็นฉากรบฉากแรกที่ลากยาวและเต็มไปด้วยแอ็คชั่นเท่ ๆ ของเหล่านักรบรุ่นป้า ชาวอเมซอนได้ทราบเรื่องราวของสงครามโลกที่เกิดจากการรุกรานของลูเดนดอร์ฟนายพลเยอรมัน ไดอาน่ามั่นใจว่านายพลคือร่างหนึ่งของแอรีสและขอติดตามเทรเวอร์ออกไปกำจัดนายพล เราก็เลยได้เห็นซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นผู้หญิงวิ่งนำผู้ชายเป็นฝูง



ช่วงที่ไดอาน่าเหยียบย่างเข้าสู่ลอนดอน เปิดโอกาสให้หนังสอดแทรกอารมณ์ขันได้มากขึ้น กับมุกป้ำเป๋อแบบบ้านนอกเข้ากรุงของไดอาน่าที่ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทีได้พบเห็น ฉากลองชุดได้โชว์มาดนางแบบของแกลให้ได้เห็นกันชัด ๆ สวยทุกชุดจริง ๆ ช่วงนี้หนังได้เอ็ตต้า ผู้ช่วยของเทรเวอร์มาช่วยเติมมุกให้ได้ขำเล็ก ๆ กันบ้าง หนังเปิดตัวละครอีก 3 นาย ในฐานะเพื่อน ๆ ของเทรเวอร์ที่จะร่วมทีมเฉพาะกิจไปสังหารลูเดนดอร์ฟ แรกทีดูเหมือนทั้ง 3 จะมาช่วยเพิ่มสีสันให้กับหนังด้วยความสามารถที่แตกต่างทั้งสไนเปอร์มือฉมัง พรานอินเดียนแดง และอดีตคอมมานโดที่ผ่านมาหลายศึก แต่จนแล้วจนรอดทั้ง 3 ก็ไม่ได้มีซีนที่ได้โชว์ความสามารถแต่อย่างใด



ชั่วโมงสุดท้ายหนังเข้าสู่โหมดแอ็คชั่นแบบเต็มตัว นับตั้งแต่นาทีที่ไดอาน่าในชุดวันเดอร์วูแมนวิ่งลุยเดี่ยวเข้าสู่สนามรบ และนับเป็นฉากที่ดีที่สุดเท่ที่สุดในเรื่องแล้ว จากนี้เราก็ได้เห็นไดอาน่าโชว์ฉากต่อสู้อีกหลายฉาก แต่ละฉากชื่นชมว่าออกแบบท่าทางการต่อสู้ออกมาได้พลิ้วไหวสวยงาม แต่ที่ผิดหวังคือไคลแมกซ์ของเรื่องที่ไดอาน่าต้องเจอกับบอส 1 และการเผยตัวของบอส 2 ที่เหมือนจะเป็นเซอร์ไพรซ์ของเรื่องแต่กลับพาเรื่องไปแบบค่อนข้างหลุดโลก จบด้วยฉากต่อสู้ด้วยการยิงแสงสีที่ปราศจากความรู้สึกตื่นเต้นและร่วมลุ้นแต่อย่างใด แต่น่าจะตื่นตาสำหรับผู้ชมรุ่นเล็ก ที่หนังดูจะห่วงใยผู้ชมกลุ่มนี้อยู่ไม่น้อยถึงได้ออกมาเป็นเรต PG-13 กลายเป็นหนังที่ขาวสะอาดปราศจากมลพิษ ไม่มีเลือดให้เห็นแม้แต่หยดเดียว ไม่มีคำสบถให้ได้ยินสักคำ ฉากที่ดูแล้วน่าจะล่อแหลมสุดกับเรต Pg-13 ก็คือฉากเปลือยของคริส ไพน์ ที่มีเพียงมือกุมจุ๊ดจู๋ไว้แค่นั้น ผู้สร้างคงนึกว่ามีแบบนี้บ้างนะเพื่อเอาใจผู้ชมฝ่ายหญิง

รีวิวภาพยนตร์ เรื่อง Detective Chinatown 3 – แก๊งม่วนป่วนโตเกียว

  นักสืบไชน่าทาวน์ 3 หยิบขึ้นมาโดยตรงจากเหล็กในของรุ่นก่อนในนิวยอร์กพบว่านักแก้ปัญหาอาชญากรรม Tang Ren (Wang Baoqiang) และ Qin Feng (Liu Hao...